Showing posts with label โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic heart disease ชื่อย่อ IHD). Show all posts
Showing posts with label โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic heart disease ชื่อย่อ IHD). Show all posts

Sunday, October 7, 2012

โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic heart disease ชื่อย่อ IHD)

Ischemic-heart-disease-0โรคหัวใจขาดเลือด (Ischemic heart disease ชื่อย่อ IHD)

โรคหัวใจขาดเลือด หรือ บางคนก็เรียกว่า โรคหัวใจโคโรนารี ปัจจุบันพบมากใน คนที่มีอายุมากกว่า 30 ปี ลักษณะอาการเบื้องต้นคือ หลอดเลือดหัวใจแขนงใดแขนงหนึ่งมีการตีบตันทำให้กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนขาด เลือดไปเลี้ยงเกิดอาการเจ็บที่หน้าออกและอ่อนแรง ในระยะเริ่มต้นหลอดเลือดหัวใจจะมีอาการตีบตัวเพียงชั่วขณะกล้ามเนื้อหัวใจจะ ขาดเลือดไปเลี้ยงเพียงชั่วคราวจะเกิดเป็นอาการเจ็บปวดที่หน้าอกเพียง ประเดี๋ยวประด๋าวยังไม่เป็นอันตรายต่อชีวิต แต่ถ้าเป็นถึงขั้นร้ายแรง หัวใจมีอาการอุดตันอย่างถาวร กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดไปเลี้ยง เซลล์กล้าม เนื้อหัวใจก็จะตาย และทำให้มีอาการเจ็บหน้าอกที่รุนแรง เกิดอาการที่เรียกว่า "หัวใจวาย" เป็นอันตรายถึงชีวิตภาวะแบบนี้เรียกว่าว่า โรคกล้ามเนื้อหัวใจตาย

กลุ่มบุคคลที่เสียงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด

โรคนี้เกิดจากการที่ผนังหลอดเลือดหัวใจมีการแข็งตัวทำให้หลอดเลือดหัวใจ ค่อย ๆ ตีบลงจนถึงอุดตัน ผู้สูงอายุทุกคนมักมีภาวะหลอดเลือดแข็งตัว ซึ่งเป็นความเสื่อมตามธรรมชาติ ผู้สูงอายุวันกลางคน (40-50 ปี) ก็อาจจะเป็นโรคหัวใจขาดเลือดได้ ยิ่งถ้ามีประวัติสูบบุหรี่ด้วยแล้ว คนอ้วน คนที่เครียดง่าย ขาดการออกกำลังกายที่สม่ำเสมอจะมีความเสี่ยงกว่าคนทั่วไป โรคหัวใจขาดเลือดนี้ถ้าเป็นแล้วมักจะมีอาการแบบเรื้อรังต้องเข้าพบแพทย์อยู่ เสมอ แต่ถ้าในรายที่เป็นน้อยการดูแลตัวเองก็อาจจะทำให้หายหรือทุเลาได้


โรคหัวใจขาดเลือด

โรคหัวใจขาดเลือด




แนวทางการป้องกันโรคหัวใจขาดเลือด

  1. งดการสูบบุหรี่
  2. อย่าปล่อยให้ตัวเองอ้วน รักษาน้ำหนักและสุขภาพอยู่เสมอ
  3. ลดอาหารที่มีไขมันสูง กะทิ น้ำมันมะพร้าว น้ำตาล ของหวาน กินผลไม้ให้มาก ๆ
  4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  5. ลดภาวะความเครียดทางอารมณ์ ฝึกสมาธิเพื่อความผ่อนคลาย
  6. ตรวจเช็คร่างกายประจำปี ถ้าครอบครัวคนป่วยโรคนี้เพราะอาจจะมีสาเหตุจากกรรมพันธุ์
  7. ผู้ป่วยที่เป็นโรคความดัน เบาหวาน เกาต์ ต้องรักษากับแพทย์อย่าได้ขาด เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจขาดเลือดแทรกซ้อนเข้าไปอีก

ลักษณะของผู้มีอาการโรคหัวใจขาดเลือด

  1. มักพบมากในวัยกลางคนอายุ 30 ปีขึ้นไป
  2. ปวดที่ตำแหน่งยอดอก หรือ ลิ้นปี่ เจ็บตรงหน้าอกซีกซ้ายตำแหน่งหัวใจ
  3. มีลักษณะปวดแบบจุก ๆ เหมือนถูกบีบ หรือ ถูกของกดทับ และมีอาการปวดร้าวขึ้นไปถึงคอ ขากรรไกร หัวไหล่หรือต้นแขน ขณะมีอาการมักจะมีอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงร่วมด้วย
  4. ระยะเวลาปวดจะเกิดครั้งละ 2 - 3 นาที อย่างมากไม่เกิน 15 นาที นั่งพักสักครู่ก็จะหายได้เอง
  5. อาการเหล่านี้สามารถกระตุ้นได้จาก การทำงานหนัก ออกกำลังกายมากเกินไป การร่วมเพศ หรือ การมีอารมณ์โกรธ โมโห ตื่นเต้น ตกใจ หรือแม้แต่การกินข้าวอิ่ม หรือ หลังจากการอาบน้ำเย็น หรือ ถูกอากาศเย็นก็ได้

เมื่อไรควรไปพบแพทย์

ควรไปทันทีถ้ามีอาการเจ็บหน้าอกร่วมกับอาการข้อใดข้อหนึ่งดังต่อไปนี้
  1. มีอาการเป็นลม มือเท้าเย็น
  2. หอบเหนื่อย
  3. เจ็บหน้าอกรึนแรง

แพทย์จะรักษาอย่างไร

แพทย์มักจะตรวจลักษณะอาการและร่างกายอย่างละเอียดและแนะนำข้อปฏิบัติต่าง ๆ พร้อมทั้งจ่ายยาช่วยให้เลือดขยายตัว ซึ่งมีทั้งชนิดกินประจำและชนิดอมใต้ลิ้น โดยยาอมใต้ลิ้นนี้คนไข้ต้องพกติดตัวอยู่ตลอดเวลาใช้อมเมื่อมีอาการเจ็บหน้า อกกำเริบ ยานี้จะช่วยให้หายเจ็บหน้าอกได้ทันทีแต่มีผลข้างเคียงคือ อมแล้วจะมีอาการปวดศีรษะได้

วิธีการดูแลรักษาตนเองเบื้องต้นของผู้ป่วยโรคหัวใจขาดเลือด

  1. กินยาและติดต่อรักษากับแพทย์เป็นประจำอย่าได้ขาด
  2. งดสูบบุหรี่เด็ดขาด
  3. ออกกำลังกาย ลดน้ำหนักไม่ให้อ้วน
  4. ลดอาหารที่มีไขมัน
  5. ไม่ออกกำลังกายที่ใช้แรงและหักโหมมาก ๆ
  6. หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นการกำเริบของโรค เช่น การกินข้าวอิ่มเกินไป งดดื่มชา กาแฟ หรือเครื่องดื่มที่ใส่กาเฟอีน ระวังอย่าให้ตื่นเต้นตกใจหรือมีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจและอย่าอาบน้ำเย็น หรือถูกอาการเย็นมาก ๆ


แหล่งที่มาก หมอชาวบ้าน